Sinotaclinic.com
Call us : 064-239-3291 | Line@: @SINOTA
Sinotaclinic.com
Call us : 064-239-3291


Ultherapy นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า


เปิดอ่าน 77
 

Ultherapy นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า

 

 

พาคุณย้อนวัย ไม่เสี่ยง ไม่เจ็บตัว

 

มีคนเคยพูดว่า อดีต...มักสวยงามเสมอ แม้เราไม่อาจหวนคืนสู่ช่วงเวลาเก่าๆได้ แต่ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ เราสามารถย้อนเวลาผิวให้กลับไปเหมือนวัยเยาว์ได้อีกครั้ง ด้วย Ultherapy นวัตกรรมที่คิดค้นและออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ เหนียง คิ้ว คาง หน้าผาก โดย Ultherapy ช่วยยกกระชับใบหน้า ผ่านคลื่นเสียงแบบ Micro Fucused Ultrasound เป็นการฟื้นฟูคอลลาเจนผิวที่ถูกทำลายให้กลับมาเรียงตัวสวยงามเหมือนอดีต ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีนวัตกรรมใดทดแทนประสิทธิภาพของ Ultherapy ในเรื่องการยกกระชับได้ ยกเว้นการผ่าตัด แต่การผ่าตัดก็ทำได้เพียงยกกระชับ ไม่สามารถฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิวได้

 

 

ทำความเข้าใจผิวก่อนเลือกวิธียกกระชับปรับรูปหน้า

 

Ultherapy นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า

 

 

หากเปรียบผิวคนเราดั่งแอปเปิ้ล เมื่อลูกแอปเปิ้ลเพิ่งถูกเก็บมาใหม่ ผิวแอปเปิ้ลจะมีความเรียบเนียน เต่งตึง ไม่ต่างจากเราตอนเด็กๆ แต่ยิ่งเราอายุมากขึ้น ผิวก็ยิ่งเสื่อมโทรม เหมือนกับแอปเปิ้ลที่ถูกเก็บมาเป็นเวลานาน อีลาสตินและคอลลาเจนในผิวจะถูกย่อยสลายไปตามกาลเวลา เพราะถูกทำร้ายจากปัจจัยต่างๆ ทั้งมลภาวะ อนุมูลอิสระ แสงแดด หรือแม้กระทั่งแรงโน้มถ่วงโลก รวมไปถึงความแก่ชราตามสภาพร่างกาย ส่งผลให้เกิดจุดด่างดำ ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ผิวหย่อนคล้อย และร่องลึกตามบริเวณใบหน้า โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะเคยชิน ที่เห็นหน้าตัวเองอยู่ทุกวัน กว่าจะรู้ว่าผิวสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินไปมากแล้ว จากหน้าตาที่เคยเป็นหนุ่มสาวกลับเปลี่ยนแปลง ดูแก่ลงจนสังเกตได้ ทั้งหนังตาห้อย หนังตาตก คิ้วตก กรอบหน้าไม่ชัด แก้มห้อย หน้าย้อย มุมปากตก มีเหนียงบริเวณคาง ลำคอนิ้วมือเหี่ยวย่น เป็นต้น ดังนั้น หากต้องการยกกระชับรูปหน้าให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ ฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงอีกครั้ง จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป เพราะนั่นอาจเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ หากแต่การวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้น ทุกคนจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างชั้นผิวของเราก่อน เพื่อเข้าใจวิธีการทำงานของ Ultherapy มากขึ้น

 

 

Ultherapy
Ultherapy นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า

 

 

รู้จักโครงสร้างชั้นผิว เพื่อฟื้นฟูผิวอย่างตรงจุด

 

หากต้องการฟื้นฟูให้ผิวกลับไปเต่งตึงอีกครั้ง วิธีการแก้ไขจึงควรเริ่มให้ตรงจุดที่บกพร่องและเหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคน โดยผิวของเราทุกคนจะมีโครงสร้าง 3 ชั้นหลักๆ ดังนี้

 

1.Epidermis ชั้นหนังกำพร้า  เป็นชั้นผิวหนังที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากการโดนทำร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝุ่น หรือมลพิษที่เราไม่สามารถมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

 

2.Dermis ชั้นหนังแท้  เป็นชั้นที่ทำหน้าที่ผลิตของเหลวต่างๆ มีความยืดหยุ่นและความหนามาก เพราะประกอบด้วยต่อมรับรู้ความรู้สึกต่างๆ เช่น รากขน ผม เป็นต้น

 

3.Subcutaneous Fat ชั้นไขมัน เป็นชั้นที่จะประกอบไปด้วยเซลล์ เป็นแหล่งเก็บพลังงานให้กับร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น และปกป้องอวัยวะบางส่วนในร่างกาย

 

 

จากโครงสร้างชั้นผิวข้างต้น ทำให้เราเข้าใจได้ว่า การคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอนาคตไม่ใช่เรื่องยาก หากเราสามารถสร้าง ฟื้นฟู และรักษาคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวชั้น SMAS ปัญหาเรื่องแก้มห้อย หนังตาตก เหนียงบริเวณคาง ลำคอเหี่ยวย่น ซึ่งปัญหาผิวหย่อนคล้อยเหล่านี้สามารถรักษาได้ เพียงใช้นวัตกรรม Ultherapy ที่ทำงานโดยใช้หลักการ “ไมโครโฟกัสอัลตร้าซาวด์” ใช้คลื่นเสียง Ultrasound ที่มีความถี่สูง ปล่อยพลังงานทำให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจน และเกิดการสร้างจัดเรียงตัวของคอลลาเจนขึ้นมาใหม่

 

 

Ultherapy นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า

จากภาพจะเห็นได้ว่า การส่งผ่านพลังงานของเทคโนโลยีของแต่ละเครื่องลงลึกแตกต่างกัน ซึ่ง Ultherapy สามารถลงได้ลึกที่สุดเทียบเท่าการผ่าตัด โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนได้รับการบาดเจ็บ

 

 

Ultherapy อีกขั้นของวัตกรรม เพื่อการยกกระชับผิว

 

ตอบสนองความต้องการผิวอ่อนเยาว์ รักษาความเสื่อมของสภาพผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย Ultherapy นวัตกรรมก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูอีลาสตินและคอลลาเจนใต้ผิว ด้วยการใช้พลังงาน Ultrasound (อัลตร้าซาวด์) พลังงานคลื่นเสียงที่มีความแม่นยำและมีความเฉพาะเจาะจง ส่งผ่านในรูปแบบ Dotline ขนาดเล็กๆ จำนวนมาก ลงไปยังผิวหนังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อที่มีผลในการยกกระชับใบหน้า Ultherapy จึงเป็นนวัตกรรมที่แพทย์ผิวหนังนิยมใช้เพื่อผลลัพธ์ผิวกระชับ (Tissue Lifting) อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

Ultherapy นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า

 

 

ฟื้นฟูอิลาสตินและคอลลาเจน เพื่อการยกกระชับผิว โดย Ultherapy เป็นนวัตกรรมหนึ่งเดียวด้าน Lifting ในปัจจุบันที่ไม่ใช้เข็มหรือมีดในการรักษา (Non-Invasive)

 

 

 

 

Ultherapy เป็นความก้าวล้ำด้านยกกระชับผิวหนึ่งเดียว ที่ได้รับการยอมรับ จาก USFDA. องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา ในด้านการยกกระชับผิว บริเวณคิ้ว รอบดวงตา แก้ม คาง เหนียง ลำคอ หน้าอก และมือ ตลอดจนรักษาริ้วรอยพร้อมกับกระตุ้นการสร้างอิลาสติน และคอลลาเจนใหม่ให้กับผิว นอกจากนี้ Ultherapy   ยังถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยตัวเครื่อง Ultherapy Laser จะมีหน้าจอที่สามารถมองเห็นชั้นผิวหนังต่างๆ เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการรักษาอย่างเจาะจงและตรงจุด ปรับค่าพลังงานส่งไปยังชั้นผิวได้แม่นยำ มอบผลลัพธ์ผิวยกกระชับอย่างที่ทุกคนต้องการ

 

 

Ultherapy นวัตกรรมยกกระชับใบหน้า

 

 

ทำไมต้อง Ultherapy ที่ Sinota Clinic

 

เพื่อเรียกคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว การรักษาโดย Ultherapy ต้องได้รับการใส่ใจสูงสุด ซึ่งที่ Sinota Clinic นอกจากเครื่องมือที่ทันสมัย และใหม่ล่าสุดแล้ว เรายังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจและเข้าถึงความสำคัญเรื่องความงามที่มีต่อคนไข้ทุกคน ประกอบกับความรู้และประสบการณ์ทั้งด้านเทคโนโลยีและศิลปะ จึงสามารถดูแลรักษาได้อย่างตอบโจทย์ เนื่องจากการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ด้วยเครื่อง Ultherapy ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับโครงหน้าและปัญหาของแต่ละบุคคล

 

 

นอกจากนั้นยังต้องอาศัยเทคนิคในการทำ Ultherapy ที่ให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยที่สุด หรือไม่เจ็บเลย เพื่อทนต่อการรักษาพลังงานสูงได้ โดยเคล็ดลับสำคัญในการทำ Ultherapy ให้ได้ผลก็คือ ต้อง Design วิธีการทำอย่างละเอียด ว่าจะทำในพื้นที่ใดของใบหน้า ค่าความเหมาะสมของพลังงานเป็นเท่าไหร่ หรือแม้แต่จะส่งพลังงานลงไปลึกเพียงใดนั่นเป็นเพราะการทำ Ultherapy ไม่ใช่เพียงหวังผลลัพธ์ผิวยกกระชับอย่างเดียว แต่เพื่อความงามที่เอกลักษณ์เฉพาะบุคคล

 

 

คุณสมบัติเฉพาะของ Ultherapy

 

Ultherapy ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการแพทย์ แก้ไขปัญหาผิวได้โดยคนไข้ไม่ต้องศัลยกรรมหรือพึ่งมีดหมอ ทำให้ลดอัตราเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้

 

1.Ultherapy ช่วยยกกระชับผิวที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคาง เหนียง ลำคอ มือ หรือบริเวณที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นให้เรียบเนียนและตึงขึ้น

 

2.ลดริ้วรอย แก้ไขปัญหาหนังตาตก คิ้วตก

 

3.ปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับขึ้น

 

4.ช่วยให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์ขึ้น ตั้งแต่คิ้วจรดเนินอก

 

 

โดยทุกคุณสมบัติของ Ultherapy มอบพลลัพธ์ที่เทียบเท่ากับการศัลยกรรมดึงหน้าหรือยกกระชับใบหน้า เห็นได้ชัดถึงผิวที่เรียบเนียบ กระชับขึ้น โดยไม่ต้องเสี่ยงบาดเจ็บแม้แต่น้อย Ultherapy จึงถือเป็นมิติใหม่ของการดูแลผิว ที่เหมาะกับผู้ที่กลัวการศัลยกรรม หรือผู้ที่ต้องการชลอระยะเวลาการทำศัลยกรรมตกแต่งนั่นเอง

 

 

หลักการทำงานของ Ultherapy

 

Ultherapy หรือ Micro -Focused Ultrasound Lifting นั้นแตกต่างจากการใช้คลื่นวิทยูทั่วๆไปและเทคโนโลยีอื่นๆ เนื่องจาก Ultherapy จะรักษาโดยการส่งพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ไปยังบริเวณชั้นผิวที่ต้องการทำการยกกระชับ โดยจะเปลี่ยนเป็นความร้อนขนาดเล็ก (Dotline) เจาะจงลงไปบริเวณผิวที่ต้องการทำการรักษา โดยความสามารถลงลึกได้ถึงชั้น SMAS ซึ่งการส่งความร้อนนี้จะทำให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1.3 มม. เป็นการกระตุ้นการทำงานของอิลาสตินและคอลลาเจน โดยระยะห่างของ Dotline  ที่แม่นยำที่สุดต้องเท่ากันที่ประมาณ 1-1.5 มม. เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้กับผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น โดยจะทำให้เกิดการรั้งตัวของอิลาสตินและใยคอลลาเจนแนวนอนและแนวตั้ง ยึดและเหนี่ยวรั้งกับผิวชั้นบนได้ดียิ่งขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดการยกกระชับและผิวเรียบเนียนขึ้น ซึ่งหลังทำการรักษาโดย Ultherapy จะพบการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ขณะทำการรักษา เมื่อพลังงานอัลตร้าซาวด์ของ Ultherapy ลงไปถึงผิวชั้น SMAS คุณจะมีความรู้สึกเหมือนมีหนามเล็กๆ ทิ่มลงบนใต้ชั้นผิวหนังพร้อมรู้สึกอุ่นๆที่ใต้ผิวแต่ไม่สร้างความเจ็บหรือทรมานแต่อย่างใด โดยความรู้สึกจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและเมื่อทำเสร็จ ผิวบริเวณที่ได้รับการรักษาด้วย Ultherapy อาจเกิดรอยแดงขึ้นบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่เกิน 2-3 ชั่วโมง และบางท่านอาจมีรอยบวมเล็กน้อยเป็นเวลาสองถึงสามวันหรือรู้สึกกดแล้วเจ็บ เสียวแปลบเป็นเวลาสองสามสัปดาห์หลังจากทำ แต่โดยปกติแล้วอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยและชั่วคราว บางรายอาจมีรอยช้ำบ้าง สำหรับผู้ที่มีผิวบางหรือมีอาการชาเล็กๆน้อยๆในบางจุด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาและให้คำแนะนำ ซึ่งอาการต่างๆเหล่านี้ เกิดจากการที่ Ultherapy หรือพลังงานอัลตร้าซาวด์ทำปฏิกิริยาอย่างดีกับผิวหนังชั้นลึกนั่นเอง

 

 

เพียงครั้งเดียวก็มอบผลลัพธ์ที่มากกว่า

 

หากเทียบการทำ Ultherapy กับการผ่าตัดแล้ว ความยกกระชับอาจไม่แตกต่างกันมากนัก แต่การผ่าตัด ไม่ได้ทำให้เนื้อเยื่ออิลาสตินหรือคอลลาเจนในชั้นผิวได้รับการฟื้นฟู แต่ขณะที่ Ultherapy นั้นส่งผลดีกับโครงสร้างชั้นผิวในระดับลึก ซึ่งหลังการทำ Ultherapy เพียงครั้งเดียว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของผลการรักษาหลัง 3 เดือนเป็นต้นไป เนื่องจากเนื้อเยื่ออิลาสตินและคอลลาเจนจะสร้างเซลล์ขึ้นใหม่และจะสมบูรณ์หลัง 3 เดือน ซึ่งผู้ที่ทำ Ultherapy จะรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ไม่ว่าจะเป็น คิ้วที่ยกขึ้น หนังตาถูกยกและกระชับขึ้น กรอบหน้าคมชัดขึ้น ตลอดจนผิวเนียนเรียบและรูขุมขนเล็กลง ในบริเวณที่ทำการรักษา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างชัดเจน และนี่จึงเป็นเหตุผลที่สาวๆส่วนใหญ่ยกให้ Ultherapy คือนวัตกรรมความงามด้านการยกกระชับผิวเพื่อคืนความอ่อนเยาว์

 

 

ข้อได้เปรียบของ Ultherapy ที่ช่วยยกระชับมากกว่าวิธีอื่น

 

Ultherapy คลื่นความถี่ Micro-Focused Ultrasound Lifting ถือเป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิวที่ยังไม่มีนวัตกรรมใดๆที่มาทดแทนได้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาว่า ช่วยยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอยบริเวณ คิ้ว ใต้คาง ลำคอ เนินหน้าอก มือ ได้จริง พร้อมทั้งสามารถแสดงภาพอัลตร้าซาวด์ เพื่อให้เห็นเนื้อเยื่อโครงสร้างชั้นผิวที่ต้องการโฟกัสในระหว่างการรักษาได้ เพื่อให้เกิดความแม่นยำ ซึ่ง Ultherapy สร้างความได้เปรียบในการทำ lifting ได้ดังต่อไปนี้

 

1.แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า คิ้ว รอบดวงตา ได้อย่างตรงจุด

 

2.ผลการรักษาด้วย Ultherapy มีผลอยู่ได้นานกว่า 1 ปีโดยไม่ต้องทำการศัลยกรรม

 

3.ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน ประมาณ 1-2 ชม. ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการทำการรักษา

 

4.ไม่ใช้เข็ม ไม่ทำลายชั้นผิว (Non-Invasive)

 

5.ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ อิลาสติน และคอลลาเจนจากภายใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวกระชับ เนียนเรียบ

 

6.ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ

 

7.สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังการทำ โดยไม่ต้องฟักฟื้น หรือลางาน

 

8.สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

 

9.ไม่ใช่การทำศัลยกรรม จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ นอกจากนี้ยังไม่มีรอยแผลเป็น

 

 

ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ Ultherapy : Micro-Focused Ultrasound Lifting

 

1.การทำ Ultherapy ใช้เวลานานเท่าไหร่

 

สำหรับระยะเวลาในการทำ Ultherapy ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เช่นหากต้องการยกกระชับทั่วใบหน้าจะใช้เวลาประมาณ 30- 45 นาที แต่ในขณะที่ต้องการทำการรักษาทั่วใบหน้าและบริเวณลำคอจะใช้เวลาที่ประมาณ 60– 90 นาที หรือหากต้องการทำการรักษาบริเวณเนินอกอาจใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที เป็นต้น

 

2.หลังจากการทำ Ultherapy แล้วต้องหยุดงานหรือไม่

 

หลังจากการทำ Ultherapy แล้ว สามารถแต่งหน้าและดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่จำเป็นต้องหยุดพักผิวแต่อย่างใด

 

 

3.ผลหลังทำ Ultherapy  จะสังเกตุเห็นผลลัพธ์ได้เมื่อไหร่ และประสิทธิภาพหรือผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้นานเท่าใด

 

สำหรับการทำ Ultherapy นั้นจะเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ในช่วงแรกที่ทำ โดยผู้ทำการรักษาจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะเห็นผลดีที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังจากการทำ เพราะเซลล์เนื้อเยื่อ อิลาสติน และคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพจะถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อใหม่ อิลาสตินใหม่ คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่   แต่เนื่องจากเกิดจากในผิวของคนเรามีการเสื่อมสภาพลงอย่างต่อเนื่องทุกวัน ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นควรทำ Ultherapy เพิ่มเติมในอนาคตเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนและชะลอการร่วงโรยตามธรรมชาติของผิว โดยสามารถมั่นใจได้ว่า Ultherapy สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลงาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างแน่นอน

 

 

4.นวัตกรรม Ultherapy เป็นอันตรายต่อผิวหรือทำร้ายผิวหรือไม่

 

Ultherapy : Micro-Focused Ultrasound Lifting เป็นนวัตกรรมที่มีความปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อผิว แต่ในทางกลับกันเมื่อทำการรักษาด้วย Ultherapy แล้วคุณจะได้รับผลการรักษาที่พอใจ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านการยกกระชับที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้นำนวัตกรรม Ultherapy มาใช้กับมากกว่า 700,000 ครั้ง ในทั่วโลก
ซึ่งในทางการแพทย์ผิวหนั้งนั้นเป็นที่ทราบกันดีถึงประสิทธิภาพและผลของ คลื่นอัลตร้าซาวด์ ซึ่งได้รับการรองรับและถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มากกว่า 50 ปีแล้ว และนอกจากนี้ผู้ให้บริการเครื่อง Ultherapy ทุกท่านตัองผ่านการอบรมเกี่ยวกับกระบวนการและเครื่องมือที่ใช้ทั้งหมด จนได้รับมาตรฐานเพื่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการ

 

 

5.Ultherapy แตกต่างจากการทำ Laser อย่างไร

 

Ultherapy เป็นนวัตกรรมคลื่นเสียงที่สามารถปล่อยพลังงานผ่านชั้นผิวหนัง โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งพลังงานที่ปล่อยออกมาจะช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน และเห็นผลการยกกระชับภายใน 2-3 เดือน ส่วนเลเซอร์เป็นพลังงานแสงที่ไม่สามารถลงได้ลึกเท่า Ultherapy ซึ่งการใช้งานสามารถใช้ควบคู่ในการรักษาปัญหาต่างๆของคนไข้ได้

 

 

6.ต้องทำ Ultherapy กี่ครั้งถึงจะเห็นผล

 

Ultherapy สามารถเห็นผลได้ทันทีที่ทำ และจะเห็นผลชัดเจนมากที่สุดหลังทำ 3 เดือน โดยปรกติแล้วจะแนะนำให้ทำ 1 ครั้ง/ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหา และสภาพผิวของคนไข้ในแต่ละคน

 

 

7.ทำไมเคยทำ Ultherapy แล้วไม่เห็นผล

 

โดยปกติคนไข้ที่ทำ Ultherapy แล้วจะเห็นผลหลังทำทันที แต่ในกรณีที่ไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหรือไม่แตกต่างจากก่อนทำ อาจจะเกิดจาก การวิเคราะห์ปัญหาของคนไข้ การใช้ค่าพลังงาน และจำนวนช็อตในการรักษา ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และตัวเครื่องแท้หรือไม่

 

 

8.Ultherapy กับ Thermage

 

Ultherpay คือพลังงานคลื่นเสียง ที่ทำให้เกิดความร้อน นำส่งลงไปยังเป้าหมายชั้นใต้ผิวที่ลึก (Inside Out) แต่ Thermage คือพลังงานวิทยุที่ทำให้เกิดพลังงานความร้อน นำส่งผ่านชั้นผิวหนังด้านบน (Outside In) ลงสู่ผิวหนังชั้นต่างๆ พลังงานออกมาในรูปกลุ่มก้อนจึงสลายไขมันได้ดี ซึ่งทั้งสองเทคโนโลยีสามารถช่วยในเรื่องยกกระชับได้ แต่ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ และโครงสร้างในแต่ละคนด้วย

 

 

ข้อควรระวังสำหรับ Ultherapy

 

เพื่อให้การทำงานของ Ultherapy : Micro Focused Ultrasound Lifting เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีข้อควรระวังดังนี้

 

1.ระมัดระวังในกรณีที่ลูกค้ามีการฝังเครื่องกล

 

2.ระมัดระวังในกรณีที่ลูกค้าใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์แบบฝังในใบหน้าหรือลำคอ

 

3.ระมัดระวังในกรณีที่ลูกค้ามีการถ่างขยายของหลอดเลือด เข่นบริเวณ ใบหน้า ลำคอ กลางอก หรือเนินอก

 

4.ระมัดระวังในกรณีที่ลูกค้าเสริมหนาอกและต้องการยกกระชับรอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าอก

 

5.ระมัดระวังในกรณีที่ลูกค้ามีแผลเป็นนูนชนิดคีลอยต์

 

 

นอกจากนี้แล้วควรหลีกเลี่ยงหรือไม่ควรทำ Ultherapy บริเวณจุดต่างๆดังนี้

 

1.ควรหลีกเลี่ยงบริเวณต่อมไทรอยต์ กระดูกอ่อนไทรอยต์

 

2.ควรหลีกเลี่ยงบริเวณหลอดลม

 

3.ควรหลีกเลี่ยงบริเวณเส้นเลือดใหญ่

 

4.ควรหลีกเลี่ยงบริเวณเนื้อเต้านม หรือบรเวณที่เสริมเต้านม

 

 

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำ Ultherapy

 

1.เด็ก

 

2.สตรีมีครรภ์

 

3.สตรีให้นมบุตร

 

4.ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยต์

 

5.ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเลือดออกผิดปกติ หรือมีความผิดปกติในการแข็งตัวของหลอดเลือด

 

6.ผู้ที่มีปัญหาด้านผิวหนังหรือเป็นโรคผิวหนังเฉพาะที่

 

7.ผู้ที่เป็นโรคเริม

 

8.ผู้ที่มีปัญหาการต้านทานเนื้อเยื่อของตนเอง

 

9.ผู้ที่มีปัญหาโรคเบาหวาน

 

10.ที่มีปัญหาโรคลมชักและโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก

 

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น Ultherapy ของแท้

 

ด้วยกระแสบตอบรับที่มีสูงมากต่อ Ultherapy เนื่องจากผลการรักษาที่ดีเยี่ยม หลังทำการรักษาแล้วลูกค้าสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน ซึ่งประสิทธิภาพที่สูง ราคาค่าบริการก็สูงตาม จึงมีหลายๆที่เลือกใช้ของปลอม เพื่อกำไรที่มากกว่า ดังนั้นป้องกันการถูกเอาเปรียบ ทาง Sinota Clinic จึงมีวิธีการสังเกตุเครื่องที่เป็นของแท้มาฝากกันดังนี้นะคะ

 

1.คลินิกที่ให้บริการด้วย Ultherapy จะต้องได้รับการรับรองจากบริษัท โดยตรง โดยสังเกตได้จาก

 

1.1.มีสติ๊กเกอร์ติดให้เห็นเด่นชัด

 

1.2.มีโล่ห์และใบประกาศที่แสดงให้เห็นว่าใช้เครื่อง Ultherapy ของแท้

 

2.เครื่องที่ใช้ต้องมีหน้าจอแสดงผลและหน้าจอแสดงผลต้องอ่านค่าพลังานได้จริงทำให้แพทย์สามารถใช้เครื่อง Ultherapy ได้อย่างมีประสิทํธิภาพ

 

3.หัวที่ใช้ในการทำ Ultherapy จะต้องมีเลขรหัสกำกับ ซึ่งเป็นหัวที่ได้รับการรับรองจากบริษัท

 

4.แพทย์ที่ให้การบริการด้าน Ultherapy จะต้องมีรประกาศนียบัตรที่ได้รับการรับรองจากบริษัทแล้ว

 

 

สำหรับทุกคนโดยเฉพาะสาวๆ แม้ไม่สามารถหยุดเวลาในชีวิตจริงได้ แต่เวลาผิวเราเลือกที่จะหยุดมันไว้ได้ เพื่อให้เราได้เก็บความสดใส เก็บวัยเยาว์ไว้ให้อยู่กับเราได้เสมอ

 

เพราะปัญหาผิวพรรณและความงามทั่วเรือนร่างเป็นสิ่งสำคัญ ปรึกษา Sinota Clinic เพื่อมาร่วมเติมแต่งเอกลักษณ์ความงามของคุณให้เป็นที่จดจำ

 

สถานที่ให้บริการ

982/22 อาคารศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ชั้น 5 โซนสำนักงาน ห้องเลขที่ 5111-5112 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย กทม.10110

 

โทร : 064-239-3291

อีเมล์ : info@sinotaclinic.com

เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 19.00 น.

 

 
ปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ชื่อ - นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ชื่อเรื่อง สอบถามเพิ่มเติม

ซิโนต้า คลินิก (Sinota Clinic) 982/22 อาคารศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ชั้น 5 โซนสำนักงาน ห้องเลขที่ 5111-5112 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย กทม.10110

โทร. 02-056-1709 , 064-239-3291

© 2017 Sinota Clinic, All rights reserved